วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

อนุทินครั้งที่ 2

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ในวันนี้

 
องค์ประกอบของระบบแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  ได้แก่

 1)  องค์ประกอบในระบบ   
       
      
    ประกอบด้วยส่วนสำคัญ  3  ส่วน  ดังนี้
                 
-  ปัจจัยนำเข้า  (Input)  อาจได้แก่วัสดุ  อุปกรณ์  วัตถุดิบ  แรงงาน  เงินทุน  ทรัพยากรต่างๆ  
    รวมไปถึง  เวลาและสถานที่
-  กระบวนการ  (Process)  ได้แก่  เทคนิควิธี  ขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ  ตั้งแต่ต้นจนจบ
-  ผลที่ได้รับหรือผลผลิต  (Output)  เป็นผลที่ได้รับจากปัจจัยนำเข้าและกระบวนการทั้งหมด  ผลผลิต
   เป็นสิ่งที่ต้องการในขั้นสุดท้ายของระบบ  ผลผลิตอาจเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือหลายๆอย่างรวมกัน 
               
     ในระบบจะต้องมีการตรวจสอบอยู่ทุกขั้นตอน  เรียกว่า  Feedback  หรือข้อมูลย้อนกลับ  ซึ่งเป็นการบอกให้รู้ว่าแต่ละขั้นตอนดี  หรือไม่ดีเพียงใด  อย่างใด  ตัวอย่างเช่น  ในกรรมวิธีการผลิต  ถ้าในด้านปัจจัยนำเข้าหรือ  Input  ต้องมีการตรวจสอบดูว่าวัตถุดิบที่ใช้  มีคุณภาพตรงตามความต้องการหรือไม่  อาจรวมไปถึงกรรมวิธีในการสั่งซื้อวัตถุดิบ  การเก็บรักษา  การขนส่ง  เป็นต้น  ในด้านกระบวนการผลิตอาจจะต้องตรวจสอบดูสูตรการผลิต  การทำงานของเครื่องจักร  การแบ่งหน้าที่ทำงาน  การมอบหมายความรับผิดชอบ  วิธีสั่งการ  การควบคุม  การรายงานเป็นต้น  สำหรับด้านผลผลิตนั้นต้องตรวจสอบดูว่าผลผลิตที่ได้  มีปริมาณและคุณภาพตรงกับความต้องการหรือไม่  ตรงกับความต้องการของตลาดแล้วหรือยัง  ยังมีส่วนจะต้องปรับปรุง  พัฒนาขึ้นอย่างไร  ดังนี้เป็นต้น

2)  องค์ประกอบที่อยู่อกระบบ
              
-   ทรัพยากร  ได้แก่  ปัจจัยด้านมนุษย์  เงิน  วัสดุ  ทรัพยากรธรรมชาติ
-   ความคาดหวัง  ได้แก่  ความคาดหวังของผู้ผลิต  ของลูกค้า  พ่อค้า  รัฐบาล  ชุมชน  ตลอดจน 
     ประชาชนทั่วไป
-   สภาพแวดล้อม  เช่น  ภาวะการตลาด  ภาวะเศรษฐกิจ  เทคโนโลยี  การปกครอง  การเมือง 
     และสังคม 
 
ประโยชน์และความสำคัญของการนำแนวคิดเชิงระบบไปใช้ในการปฏิบัติงาน

- แนวคิดเชิงระบบเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถกำหนดกรอบการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  และสามารถมองเห็น  กระบวนการทำงานทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
- ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม  เนื่องจากสามารถสื่อสารกระบวนการทำงานทุกขั้นตอนกับทีมงาน  
  ได้กระจ่างชัด  ซึ่งทำให้สามารถอธิบาย  หรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆในมุมมองที่กว้าง 
- ทำให้มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น  หรือสิ่งที่กำลังปฏิบัติอยู่  ความผิดพลาดต่างๆที่เกิดจากระบบ  จะทำให้
  สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและหาวิธีแก้ไขได้ถูกต้องทันท่วงที  ซึ่งเป็นผลดีทั้งในระยะสั้นและระยาว
- ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  คือ  มีความถูกต้อง  ประหยัดค่าใช้จ่าย  ทันตามเวลาที่
   กำหนดและสอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ 
 
 
 
 
 
 
ข้อเสนอแนะ
เนื้อหาในวันนี้ค่อนข้างเยอะและเป็นภาษาอังกฤษทำให้ข้าพเจ้าไม่ค่อยเข้าใจและตามไม่ทัน

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคณะศึกษาศาสตร์

อัตลักษณ์และเอกลักษณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


สำนึกดี      
มีจิตใจที่ดีงามีความซื่อสัตย์สุจรติ มีคุณธรรม มีจริยธรรม

มุ่งมั่น         
มีความตั้งใจมั่น มีความอดทน มีความวิริยะอุตสาหะ มุ่งผลสัมฤทธิ์ ในการทำงาน
และในการปฏิบัติใดๆ
 

สร้างสรรค์  
เป็นผู้ใฝ่รู้ มีความขวนขวายแสวงหาความรู้ มีความสามารถในการสร้างมูลค่า
และคุณค่าจากความรู้มีการสร้างนวัตกรรม
 

สามัคคี       
มีความร่วมมือร่วมใจ รู้จักประนีประนอม สามารถทำงานเป็นทีม และสามารถบูรณาการ
เชื่อมโยงในด้านต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

 เอกลักษณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อันเป็นแหล่งรวมของบุคลากรและองค์ความรู้ 

ศาสตร์แห่งแผ่นดิน        
ความหลากหลาย ของสาขาวิชาอันเป็นบูรณาการเกี่ยวข้องกับการเกษตร 
ธรรมชาติ และมนุษย์บนผืนแผ่นดิน
 

ความกินดีอยู่ดีของชาติ       
ความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ความเข้มแข็งของสังคม  ความสมดุลของสิ่งแวดล้อม
และความมั่นคงโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความมั่นคงด้านอาหาร ของชาติ 
ซึ่งหมายความครอบคลุมถึง ประชาชนและผืนแผ่นดิน




 

 อัตลักษณ์และเอกลักษณ์คณะศึกษาศาสตร์

 
 อัตลักษณ์คณะศึกษาศาสตร์

สำนึกดี       หมายถึง    มีความซื่อสัตย์ พอเพียงและมีวินัย

มุ่งมั่น        หมายถึง    สู้งาน

สร้างสรรค์     หมายถึง    ใฝ่รู้ พัฒนาวิชาชีพ

สามัคคี       หมายถึง    ร่วมมือร่วมใจ


เอกลักษณ์คณะศึกษาศาสตร์

คณะศึกษาศาสตร์ มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีจิตวิญญาณความเป็นครู เชี่ยวชาญการสอน และการวิจัย



ที่มา : http://www.eco.ku.ac.th/document/IDKU54.pdf
             http://www.edu.ku.ac.th/index.asp
         

อนุทินครั้งที่ 1

ในคาบแรกยังไม่สามารถ add วิชานี้ได้ค่ะจึงไม่ได้เข้าเรียน

ความหมายของ MIS

ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Management Information System : MIS)

          ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ(MIS) หมายถึง ระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอกองค์การอย่างมีหลักเกณฑ์ เพื่อนำมาประมวลผลและจัดรูปแบบให้ได้สารสนเทศที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน และการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ของผู้บริหารเพื่อให้การดำเนินงานขององค์การเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย MIS จะประ กอบด้วยหน้าที่หลัก 2 ประการ

1. สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การมาไว้ด้วยกัน
    อย่างเป็นระบบ  
2. สามารถทำการประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ช่วย
    สนับสนุนการปฏิบัติงานและการบริหารงานของผู้บริหาร

        
            ปัจจุบันขอบเขตการทำงานของระบบสารสนเทศขยายตัวจากการรวบรวมข้อมูลที่มาจากภายในองค์การไปสู่การเชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ทั้งจากภายในท้องถิ่น ประเทศ และระดับนานาชาติ ปัจจุบันธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีสาร สนเทศที่มีศักยภาพ สูงขึ้นเพื่อสร้าง MIS ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่ม ขีดความสามารถของธุรกิจ และขีดความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหารในยุคปัจจุบัน แต่ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือคน ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในศักยภาพและขอบเขตของการใช้งานระบบสารสนเทศ (MIS) นอกจากนี้บุคลากรบางส่วนที่ขาดความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการใช้งานระบบสารสนเทศ ไม่ยอมเรียนรู้และเปิดรับการเปลี่ยนแปลง จึงให้ความสนใจหรือความสำคัญกับการปรับตัวเข้ากับ MIS น้อยกว่าที่ควร


 

ส่วนประกอบของระบบสารสนเทศได้แก่
1. เครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ  หมายถึง ส่วนประกอบหรือโครงสร้าง
    พื้นฐานที่รวมกันเข้าเป็น MISและช่วยให้ระบบสารสนเทศดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    โดยจำแนกเครื่องมือในการสร้างระบบสารสนเทศไว้ 2 ส่วน คือ

        1.1 ฐานข้อมูล (Data Base)
         ฐานข้อมูล จัดเป็นหัวใจสำคัญของระบบ MIS เพราะว่าสารสนเทศที่มีคุณภาพจะมาจากข้อมูลที่ดี เชื่อถือได้ ทันสมัย และถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ดังนั้นฐานข้อมูลจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยให้ระบบสารสนเทสมีความสมบูรณ์ และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
 
         1.2 เครื่องมือ (Tools)
              เป็นเครื่องมือที่ใช้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ปกติระบบสารสนเทศจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
              เป็นอุปกรณ์หลักในการจัดการข้อมูลซึ่งจะประกอบด้วยส่วนสำคัญต่อไปนี้              
              1.2.1 อุปกรณ์ (Hardware) 
                      คือ ตัวเครื่องหรือส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอุปกรณ์ ระบบเครือข่าย
              1.2.2 ชุดคำสั่ง (Software) 
                      คือ ชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่รวบรวม และจัดการ เก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการบริหารงาน 
                      หรือการตัดสินใจ

2. วิธีการหรือขั้นตอนการประมวลผล การที่จะได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จะต้องมีการจัดลำดับ วางแผน
    งานและวิธีการประมวลผลให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ข้อมูล หรือสารสนเทศที่ต้องการ
 
3. การแสดงผลลัพธ์ เมื่อข้อมูลได้ผ่านการประมวลผล ตามวิธีการแล้วจะได้ สารสนเทศ หรือMIS 
    เกิดขึ้น อาจจะนำเสนอในรูป ตาราง กราฟ รูปภาพ หรือเสียง เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลมี 
    ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับลักษณะของข้อมูล และลักษณะของการนำไป ใช้งาน

 
ที่มา http://chanapon1984.exteen.com/20090803/mis



DATA หมายถึง ข้อมูล
เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กร ก่อนที่จะมีการจัดการให้อยู่ในรูปแบบที่คนเข้าใจหรือสามารถนำไปใช้งานได้
 
INFORMATION หมายถึง สารสนเทศ
เป็นข้อมูลที่ได้ผ่านการประมวลผลและการจัดการแล้วให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายหรือเป็นประโยชน์ต่อคนหรือองค์กร

ที่มา http://accsriphat.blogspot.com/2011/12/blog-post_16.html


" ความรู้ที่ได้รับ "

MIS       
คือระบบที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายใน และภายนอก
องค์การอย่างมีหลักเกณฑ์ เพื่อนำมาประมวลผลและจัดรูปแบบให้ได้สารสนเทศที่ช่วย
สนับสนุนการทำงาน และการตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ของผู้บริหารเพื่อให้การดำเนินงาน
ขององค์การเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 
DATA   
เป็นข้อมูลที่ยังไม่ผ่านการประมวลผลไม่สามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจได้
 
INFORMATION   
ได้ผ่านการประมวลผลและการจัดการแล้วให้อยู่ในรูปแบบที่มีความหมายหรือ
เป็นประโยชน์ต่อคนหรือองค์กร สามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจได้

DATA VS INFORMATION     
แตกต่างกันตรงที่สารสนเทศสามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจได้ 
เพราะได้ผ่านการประมวลผลแล้ว